Other

Other

QA career — Soft Skill กับ Attitude นั้นสำคัญไฉน

จากประสบการณ์การทำงานมา 20 ปีของพี่ (พูดแล้วก็รู้สึกแก่ 😅) ทำงาน QA มาตั้งแต่เรียนจบเป็น Junior ตัวกระจ๊อย จนมาทำงานในบริษัทยักษ์ใหญ่ สร้างทีม QA ร้อยกว่าคน จนสร้างบริษัทที่มี QA ร่วม 200 คน สิ่งที่สังเกตุเห็นมาตลอดและแอบเป็นสิ่งน่าเศร้าคือ ไม่ค่อยมีใครสอน หรือ พูดถึงความสำคัญของ Attitude หรือ Soft skill ที่จำเป็นสำหรับสายงานนี้ (จริงๆคือไม่ค่อยเห็นการพูดถึงเรื่องพวกนี้ในงาน Tech ทั้งหมดด้วยแหล่ะ) ทั้งๆที่มันเป็นสิ่งสำคัญมากนะ เริ่มตั้งแต่ทำให้คนๆนึงได้งาน ถัดมามันเป็น skill ที่ทำให้คนๆนั้นอยู่รอดกับการทำงานในช่วงแรก และในที่สุดมีส่วนสำคัญในการแยกความแตกต่างระหว่าง QA ธรรมดาที่เดินไปถึงจุดตัน (ถึงแม้จะมี technical skill ที่ดีเยี่ยมก็ตาม) กับ QA ที่เติบโตไปเรื่อยๆจนเป็น A player ใน market ทุกวันนี้ส่วนตัวพี่เอง แทบไม่ได้สอน Technical skill ให้น้องๆด้วยตัวเองละนะเพราะมีคนช่วยสอนเยอะหล่ะ แต่จะใช้เวลาส่วนใหญ่ในการค่อยๆสอน Soft Skill…

Other

Woody in house mobile farm เมื่อไม่มีถูกใจ ก็สร้างมันขึ้นมาซะเลย

เรื่องมันมีอยู่ว่า ผมจำได้ดีเลยวันนั้นเป็นวันหนึ่งในฤดูหนาว ที่อากาศหนาวกว่าทุกๆวัน……ไม่ใช่ละ…นิยายผีญี่ปุ่นปะนิ….เอาใหม่….จริงๆสิ่งที่อยากจะเอามาเล่าในวันนี้เป็นสิ่งที่ใช้ใน Doppio มาประมาณสักปีนึงแล้วแหละ แต่ไม่มีเวลาได้มาเขียนมาแชร์ ช่วงนี้พอมีเวลา เลยอยากเอามาแชร์ให้เพื่อนๆได้อ่านกัน เรื่องมีอยู่ว่า ตอนที่ Doppio ตั้งบริษัทขึ้นมาแรกๆ แล้วเริ่มมีงาน automation ของ Mobile application เข้ามา ด้วย Concept ว่า Automation ที่ทำไปต้องใช้งานได้จริง มี reliability และ stability ที่ดี เราจึงต้องมีการ setup CI ขึ้นมาเพื่อ keep running test เพื่อจุดประสงค์ และเนื่องด้วยพอเป็น mobile application automation ซึ่งเราใช้ Appium เป็น framework หลัก เราเลยจำเป็นที่จะต้องมีเครื่องที่รัน Emulator หรือ Simulator ของ iOS / Android ไว้ทำการรัน ในยุคแรกเราก็ใช้วิธีแบบลูกทุ่งๆ…

Other

Shared library คืออะไร และทำไมเราจึงควรใช้ในทีมและองค์กร วันนี้อยากจะมาเล่าเรื่อง Doppio Common Library

สวัสดีครับ บทความนี้อยากจะมาแชร์ไอเดียซึ่งหลายๆ คนอาจจะมีประสบการณ์กับอะไรพวกนี้มาอยู่แล้ว แต่มือใหม่ในด้าน Automation หลายๆ คน อาจจะยังไม่รู้จัก หรือยังไม่เข้าใจว่ามันคืออะไร บทความนี้ผมจะมาอธิบายให้ฟังกันครับ จุดเริ่มต้น หลายๆ คนที่ทำ automation อาจจะเคยประสบพบเจอกับเหตุการณ์ว่า พอเราย้ายไปทำโปรเจค automation อันใหม่แล้วบางทีเราก็มักจะเจอกับสิ่งที่เราเคยทำไปแล้ว ยกตัวอย่างเช่น และเหตุการณ์อื่นๆ ในลักษณะคล้ายกัน คือ เรา หรือเพื่อนร่วมทีมของเราที่อาจจะอยู่คนละโปรเจคหรือคนละทีม ได้เจอโจทย์คล้ายๆกันมาบ้างแล้ว และสิ่งที่เราต้องการในสถานการณ์นี้ก็คือ ทำยังไงให้เราสามารถสิ่งที่เราหรือใครสักคนในองค์กรเราเคยทำมาแล้ว ให้ได้เร็ว ไม่ต้องไปเสียเวลาเหมือนทำใหม่อีกรอบ ณ จุดเริ่มต้น (แบบตั้งไข่เลยนะ) เรามักจะมีประโยคคลาสสิคที่เราส่งไปให้เพื่อน “เฮ้ยๆ ขอโค้ดหน่อยดิ” , “เฮ้ยๆ ไป copy ได้ที่ repo ไหนบ้าง” ประมาณนี้ ทีนี้ถามว่ามันก็ตอบโจทย์ที่เราต้องการได้นะ ก็คือ ไม่ต้องเสียเวลาไปทำใหม่ แต่มันก็มีข้อเสียที่ยิ่งใหญ่อยู่ก็คือการที่เราจะต้อง copy กันต่อๆ ไปเรื่อยๆ มันจะมีปัญหาว่า Solution จากปัญหาข้างต้นของการ copy โค้ดไปมา…

Other

What’s in it for them? ทำไมพูดอะไรไปก็ไม่เห็นมีใครเห็นด้วยเล๊ย เผยเทคนิคลับ ในการถกเถียงเจรจาต่อรอง

เชื่อว่าในชีวิตประจำวันของเรา ตอนทำงานบางทีเราก็รู้สึกว่าไอ้ตัวงานเนี่ย ง๊ายง่าย ไม่ได้ยากอะไรมากมาย แต่ทำไม๊ เวลาต้องไปติดต่อเจรจากับคนนี่มันยากจังนะ โดยเฉพาะกับคนที่เราไม่ได้สนิทด้วยหรือไม่ได้แบบมี relationship ที่จะทำให้พยายามช่วยเหลือกันโดยง่ายเนี่ย มันย๊ากยาก บางทีเราก็ว่าเรื่องทีเราบอกหรือขอไป มันโคตรจะ make sense แต่ทำไมอีกฝั่งมันไม่ get ไม่เห็นด้วยกับเราง่ายๆเลยนะ ปัญหามันอยู่ตรงนี้แหล๊ะ หลายๆครั้งเราคิดว่ามัน make sense เพราะเราคิดและพูดถึงสิ่งต่างๆในมุมมองของเรา ดังนั้นคำพูดของเรามันคือ what’s in it for me แต่ what in it for เรา (me) เนี่ย ส่วนใหญ่แล้ว มันจะไม่ใช่ what’s in it for them เล๊ย คำว่า what’s in it for them ในที่นี้ มองง่ายๆคือ ประโยชน์หรือ value ที่เกิดขึ้นกับคู่สนทนาของเรา…